อาหารไทย

แกงจืดกุ้งม้วน พร้อมวิธีการทำ

วันนี้เราจะมาบอกวิธีทำ แกงจืดกุ้งม้วน ที่มีซุปสีเหลืองทองน่ารับประทานกันนะคะ

โดยไอเทมหลักที่เราจะใช้ในวันนี้คือซุปคนอร์ก้อนสีทอง ที่เราจะทำ อาหารไทย คงถูกใจเด็กๆเป็นอย่างดีเลยคะ

แกงจืดกุ้งม้วนน้ำซุปสีเหลืองทอง ฟังดูน่าซดใช่มั้ยละคะ กุ้งสดๆ ตัวใหญ่ๆห่อด้วยไข่ม้วนลอยอยู่ในน้ำซุปสีเหลืองทอง

แค่เห็นต้องก็น้ำลายไหลแล้วไม่ต้องพูดถึงรสชาติเลยคะ รู้กันรึยังตอนนี้คนอร์เค้าได้ออกโฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิมมาแล้วนะ

ฟลอย์สีทองที่ทำให้ดูหรูหราอลังการไปอีก ไม่ได้ดูหรูหราแค่ฟลอย์นะแต่รสชาติของน้ำซุปเนี้ยเทียบกันระดับ 5 ดาวได้เลยนะคะ

น้ำซุปสีเหลืองทอง รสชาติชั่งโดนใจจริงๆ กลมกล่อมละมุนลิ้นมากๆเลยคะ มาลองทำกันเลยคะ สูตรเด็ด ๆ

ที่เราจะนำมาฝากกันในวันนี้ ว่ามันจะอร่อยแค่ไหน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ซุปคนอร์สีทอง มีขายที่ห้างสรรพสินค้าทั่วไป แอดแนะนำควรมีติดบ้านไว้เลยนะคะ

แกงจืดกุ้งม้วน พร้อมวิธีการทำ

แกงจืดกุ้งม้วน พร้อมส่วนผสม

1.คนอร์ซุปก้อนสีทอง 2 ก้อน

2.กุ้งสดแกะเปลือกแกะหาง(เพื่อง่ายต่อการรัปทาน) 10 ตัว

3.ไข่ไก่ 4 ฟอง

4.เห็ดหอมดอกเล็ก 4  ดอก(แช่น้ำจนเห็ดบวมอิ่มน้ำ)

5.แป๊ะก๊วยต้มสุก 50 กรัม

6.เยื่อใผ่ 6 แผ่น(แช่น้ำจนนุ่มแล้วหั่นเป็นท่อนๆ)

7.ผักกาดขาว 1 หัว

8.แครอทหั่นเต๋า

9.ต้นหอม(ทั้งต้น) 2-3 ต้น(ลวกจนนิ่ม)

10.ใบผักชี(แต่งหน้า)

11.กระเทียมเจียว

12.น้ำสะอาด 6 ถ้วย

🐾วิธีทำ🐾

1.นำกุ้งสดแกะเปลือกแกะหางแล้วมาล้างให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง จากนั้นใช้มีดกรีดที่เนื้อกุ้งด้านหลังเบาๆ จากนั้นกดเบาๆให้เนื้อกุ้งขยายเป็นเส้นแต่ระวังอย่ากดแรงมากเดียวจะทำให้กุ้งเละและไม่สวย

2.ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน ๆ พอให้ไข่สุก ตอกไข่ไก่ตีให้พอเข้ากัน เทไข่ลงกระทะพอประมาณ แล้วกลิ้งให้ไข่แพ่ทั่วกระทะ รอจนไข่สุกร่อนค่อยๆเขี่ยมุมแล้วพลิกไข่อีกด้านให้สุก ตักลงใส่จานรอไว้

3.นำแผ่นไข่มาวางรอง ตัดให้พอดีกับตัวกุ้งแล้วม้วนปิดกุ้ง มัดด้วยต้นหอมลวกแล้วพักไว้

4.ตั้งหม้อใส่น้ำรอให้น้ำเดือด ใส่ “คนอร์” ซุปก้อนสีทองลงไป แล้วจึงตามด้วยผักต่าง เห็ดหอม แปะก๊วยและเยื่อใผ่

5.นำกุ้งที่ห่อเตรียมไว้ใส่ลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที แล้วปิดไฟ

6.ตักใส่ถ้วยชาม โรยด้วยกระเทียมเจียว พริกไทยป่นและใบผักชี เสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ จะบอกว่าเข้ากันมากทั้งอร่อยและก็น่ากินเลยทีเดียวค่ะ ใครไม่เชื่อลองเอาไปทำกินกันดูนะค่ะแล้วจะติดใจเลยคะ อร่อยมาก ของไม่ลองก็ไม่รู้จริงไหมคะ ลองเอาไปทำกันดูนะ ถ้าอร่อยเราต้องบอกต่อกันนะคะเพื่อนๆ บ้านไหนมีเด็กๆจะเหมาะมากเลยคะ …

ขนมไทย

วัยรุ่นกับขนมไทย แม้จะได้กินกันน้อยและไม่ได้สืบทอดการทำขนม

วัยรุ่นกับขนมไทย นั้นถือเป็นเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยอย่างหนึ่งที่หลายๆ คนนั้นก็รู้จักกันเป็นอย่างดีเลยนะครับ

วัยรุ่นกับชนมไทย

วัยรุ่นกับขนมไทย เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนประณีตในการทำตั้งแต่การหาวัตถุดิบ การทำที่มีความซับซ้อนมากมายหลากหลายอย่าง

ต้องมีความพิถีพิถันในเรื่องของรสชาติ หน้าตาของขนมไทยที่ทำออกมาแต่ละชิ้นนั้น วัยรุ่นกับขนมไทย เน้นความสวยงาม ความหอมและที่สำคัญนั้นความอร่อย

ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะต้องทำให้ได้นั่นเอง โดยขนมแต่ละชนิดนั้นก็มีความแตกต่าง ขั้นตอนการทำที่แตกต่างกันออกไปนั้นเอง

ขนมไทยนั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารนะครับที่จะจัดคู่กับอาหารคาวของไทย โดยประชาชนส่วนใหญ่แล้วนั้นก็จะทำขนมในช่วงงานเทศกาลหรือจัดงานประเพณีต่างๆ

ทำบุญเลี้ยงพระ งานมงคล และงานอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งขนมไทยนิแหละครับก็จะนิยมนำมาจัดใส่จานกันนั่นเอง เพราะขนมไทยในแต่ละชนิดนั้นก็มีความหมายและความเชื่อที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง

แต่ในปัจจุบันนั้นอิทธิพลในการกินขนมของวัยรุ่นไทยนั้นก็แทบจะไม่รู้จักกันเลยนะครับว่าขนมไทยนั้นมีอะไรบ้าง นับได้ว่าจะทำให้ขนมไทยที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นนั้นก็อาจจะสูญพันธุ์ก็เป็นไปได้เช่นกันนะครับ

เพราะทุกวันนี้ขนมที่นำเข้า หรือ เป็นขนมจากอุตสาหกรรม ก็มีบทบาทมากยิ่งขั้น เพราะเทคโนโลยีต่างๆ ในปัจจุบันก็มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมากเลยนะครับ

ซึ่งก็ทำให้ขนมพวกนั้นเข้ามาลบล้างกับขนมไทยได้อย่างดีเลยทีเดียว แต่มันก็ไม่ดีสำหรับวัฒนธรรมของบ้านเรานะครับเพราะมันสำคัญมากที่จะต้องหาคนมาสืบทอดและปฎิบัติสืบสานกันต่อไปนั่นเอง

แต่ก็อย่างว่านะครับในปัจจุบันเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ก็ไม่ค่อยจะสนใจเกี่ยวกับขนมไทยกันสักเท่าไรนะครับ โดยนิยมที่จะเลือกรับประทานขนมที่นำเข้าจากต่างประเทศเสียมากกว่า

ไม่ว่าจะเป็น ช็อกโกแลต คิดแคทชาเขียว และอื่นๆ อีกมากมาย แถมยังส่งผลเสียต่อสุขภาพ ในอนาคตอีกด้วย นอกจากนี้แล้วสังคมของประเทศไทยนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเป็นอย่างมากเลยนะครับ

ซึ่งก็มาจากการก้าวหน้าการพัฒนาของเทคโนโลยีนั่นแหละครับ เลยทำให้ร้านของขนมไทยนั้นก็ลดน้อยลงไปนั่นเอง แต่ในปัจจุบันตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

ของประเทศไทยนั้นก็ยังมีพบเห็นกันอยู่เช่นกันนะครับแต่ก็ไม่เยอะเท่าที่ควรนั่นเอง เลยทำให้ปัจจุบันเด็กวัยรุ่นไทยส่วนใหญ่นั้นก็ไม่ค่อยรู้จักขนมไทยกันสักเท่าไรนะครับ

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้นั่นก็คือการปลูกฝังให้เด็กไทยนั้นรู้จักเกี่ยวกับขนมไทย รู้จักวิธีการทำ หรือ ทดลองได้กิน เพื่ออย่างน้อยๆ ก็จะได้รู้ว่าขนมไทยนั้นมันมีอะไรบ้างก็เท่านั้นเอง…

ขนมไทย

ขนมไทยพื้นบ้าน นับว่าจะเป็นขนมที่แตกต่างกันออกไปแต่ละพื้นที่

ขนมไทยพื้นบ้าน นั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งขนมที่มีมากมายหลากหลายชนิดกันเลยนะครับ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วนั้นในแต่ละภาคของประเทศไทย

ขนมไทยพื้นบ้าน

ก็มี ขนมไทยพื้นบ้าน ที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง ดังนั้นก็เลยทำให้ขนมไทยในแต่ละพื้นที่มีรสชาติที่อร่อยไม่เหมือนกัน มีวิธีการทำที่ไม่เหมือนใคร

ขนมไทยพื้นบ้าน มีวัตถุดิบหลักที่หาได้ตามท้องถิ่น ของแต่ละภูมิภาคนั่นเอง อย่างเช่นทางภาคเหนือ ส่วนประกอบหลักนั้นก็คงจะเป็นพวก ถั่ว งา ส่วนทางภาคอีสาน

นั้นก็จะเน้นไปทางด้านข้าวเหนียวเป็นซะส่วนใหญ่ ภาคใต้ก็จะเป็นขนมที่หากินได้อยาก โดยหลักๆ แล้วก็มีไข่เป็นองค์ประกอบหลัก

ส่วนทางภาคกลางนั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งขนมที่ทำได้ยาก ซึ่งก็จะมีส่วนผสมที่หลากหลายขึ้นอยู่กับประเภทของขนมนั่นเอง

ในปัจจุบันนั้นประเภทของขนมไทยก็แบ่งออกได้เป็น 3 แบบด้วยกันนะครับซึ่งในวันนี้เราจะมาอธิบายกันให้ดูว่าแต่ละแบบมันเป็นยังไงบ้างนั่นเอง

แบบที่ 1 นั้นก็จะเป็นขนมประเภทกวน ซึ่งการกวนนั้นก็หมายถึง การนำอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งโดยส่วนมากแล้วนั้นก็จะเป็นการนำของเหลวมาผสมกัน

รวมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งก็จะต้องกวนให้เหนียวและข้น โดยหลายๆ พื้นที่นั้นก็จะมีกรรมวิธีที่แตกต่างกันออกไปนะครับ

และขนมแต่ละชนิดก็มีการกวนที่แตกต่างกันไปอีกด้วย ซึ่งถ้าจะให้นึกภาพออกนั้นก็ลองนึกถึงลูกชุป หรือ เม็ดขนุน ที่จะต้องนำถั่วเหลืองนั้นมากวนรวมกับกะทิ

ให้เป็นเนื้อเดียวกันนั่นเอง หรือจะเป็นกาละแมร์ที่จะต้องใช้แรงในการกวนเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้เนื้อของขนมนั้นติดกะทะ หรือจะเป็นขนมข้าวเหนียวแก้ว

และ ขนมจ่ามงกุฎ ก็จะต้องใช้วิธีการกวนเช่นกัน แบบที่ 2 ก็จะเป็นขนมประเภทเชื่อม ซึ่งการเชื่อมส่วนใหญ่นั้นก็มักจะทำกับผลไม้ซะมากกว่านะครับ

ซึ่งก็โดยการนำผลไม้ไปต้มในน้ำเชื่อมโดยให้น้ำเชื่อมนั้นได้ซึมซับเข้าไปในเนื้อผลไม้ เพื่อให้เกิดขึ้นเงา เมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะรู้สึกว่านุ่มละมุนลิ้นนั่นเอง

โดยการเชื่อมนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเชื่อมให้ข้นมากไปนะครับเพราะในตัวผลไม้เองนั้นก็มีความหวานและมีน้ำอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นผลไม้ที่มียางเช่น

สาเก ฟักทอง หลายๆ คนก็นำไปแช่ในน้ำปูใสเสียก่อนที่จะนำมาต้มและก็น้ำมาเชื่อมนั่นเอง โดยขนมประเภทเชื่อมที่เราหาซื้อได้นั้นส่วนมากแล้วก็จะมี

สาเกเชื่อม กับ ขนมจาวตาลเชื่อม หรือจะเป็นฟักทองเชื่อมก็มีให้เห็นอยู่ตามท้องตลาดเช่นกัน และแบบที่ 3 ประเภทต้มนั้นซึ่งก็จะเป็นการทำขนมโดยการต้ม

โดยจะใช้น้ำร้อนนั้นเป็นสื่อกลางในการทำให้ขนมสุก โดยคนส่วนใหญ่นั้นก็จะทำวิธีนี้กันมากเลยนะครับเพราะไม่ว่าจะทำบัวลอย ขนมต้ม วุ้นกะทิ ทุกอย่างเหล่านี้ก็จะต้องผ่านกระบวนการต้มมาทั้งหมดนั่นเอง…

ขนมไทย

ขนมไทยน้ำกะทิ ขนมที่มีน้ำกะทิเข้าไปเกี่ยวข้องและเป็นตัวเสริมความอร่อย

ขนมไทยน้ำกะทิ โดยการนำน้ำกะทิมาเป็นส่วนประกอบนั้น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่ากินและมีความอร่อย หวานมันเป็นอย่างมากเลยนะครับ

ขนมไทยน้ำกะทิ

ขนมไทยน้ำกะทิ เป็นขนมที่มีหลายชนิดอย่างมาก และแต่ละอย่างเป็นขนมที่มักมีความอร่อยและกินได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งกะทินั้นการนำมาทำขนมส่วนใหญ่แล้วก็จะนำมาผสมกับน้ำตาลทรายหรือน้ำตาลปึก ขนมไทยน้ำกะทิ ก่อนที่เราจะได้น้ำกะทินั้นเราต้องผ่านกรรมวิธีกันอย่างมากมายเลยนะครับเริ่มจากการสอยมะพร้าวที่ต้น

การปอกเปลือก การเกลา การขูด และที่สำคัญ การคั้น นั้นถ้าคั้นไม่ดี กะทิอาจจะไม่มันและไม่มีความหอมก็เป็นไปได้เช่นกัน ดังนั้นการเลือกนำกะทิมาทำขนมจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษนะครับ

เพราะถ้าเราเอาไปเคี่ยวแล้วเกิดไหม้ขึ้นมานั้นกะทิก็จะมีกลิ่นที่เปลี่ยนไปโดยทันทีนั่นเอง การทำกะทิสำหรับใส่ขนมนั้นก็สามารถที่จะทำได้ 2 อย่างด้วยกันนะครับ

คือการใช้น้ำตาลทรายกับน้ำตาลปึกในการทำน้ำกระทิโดยใช้น้ำตาลทรายจะต้องเชื่อมน้ำตาลและทำการกรองเสียก่อนนะครับ

และควรใช้มะพร้าวขูดที่ปอกผิวแล้วเพราะจะทำให้กะทิของเรานั้นเวลาคั้นมีสีขาวที่สวยงามนั่นเอง แถมยังทำให้กะทิยังมีความน่ารับประทานอีกด้วย

หลายคนนำดอกไม้มาแช่รวมกับกะทิ ซึ่งทำได้นะครับแต่เราต้องดูดีๆ เสียก่อนว่าดอกไม้ที่นำมาแช่นั้นมีความปลอดภัยต่อร่างกายของมนุษย์หรือเปล่านั่นเอง

เพราะถ้าเลือกดอกไม้ที่หอมๆ นั้นก็จะทำให้กะทิของเราน่ากินมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ส่วนการทำน้ำกะทิโดยใช้น้ำตาลปึกนั้น

ก็ไม่ต้องเชื่อมเหมือนกับน้ำตาลทรายนะครับเพราะว่าน้ำตาลปึกมันละลายง่ายมาก ใช้น้ำตาลผสมกับน้ำกะทิได้เลย

โดยคนไทยส่วนใหญ่นั้นก็จะนิยมมาทำน้ำกะทิลอดช่อง น้ำกะทิแตงไทย และอื่นๆ อีกมากมายแต่บางคนก็อาจจะไปผ่านการทำความร้อนก็มีนะครับเพราะจะได้เก็บไว้ได้นานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

การนำกะทิมาผสมกับน้ำตาลปึกนั้นก็อย่าลืมที่จะกรองให้สะอาดเสียก่อนนะครับเพราะจะทำให้มีสีที่น่ากินนั่นเอง

ข้อควรจำนั้นการนำน้ำกะทิมาผสมกับน้ำตาลทุกชนิดนั้นก็อย่าทำให้มันหวานมากจนเกินไปนะครับเพราะจะทำให้ไม่อร่อย

แต่ก็ควรที่จะนึกถึงตอนใส่น้ำแข็งไปด้วยนะครับถ้าทำหวานน้อยเกินไปนั้นน้ำกะทิของเราก็อาจจะจืดได้เช่นกัน

และที่สำคัญไปกว่านั้นน้ำกะทิที่เราทำนั้นก็ไม่ควรที่จะแช่เย็นนะครับเพราะจะทำให้น้ำกะทินั้นเป็นไขไม่น่ากิน ทำให้เสียรสชาติอันแสนอร่อยออกไปอย่างน่าเสียดาย

ดังนั้น ถ้าต้องการจะกินแบบเย็นๆ อร่อยๆ ก็จะต้องใส่น้ำแข็งเกล็ด หรือน้ำแข็งทุบ แบบนี้จะมีความอร่อยที่ลงตัวกว่านั่นเอง…

ขนมไทยพื้นบ้านภาคกลาง

ขนมไทยภาคกลาง ขนมที่คนกรุงมักจะไม่ได้กินหรือรู้จักน้อยกว่าคนต่างชาติ

ขนมไทยภาคกลาง นั้นส่วนใหญ่ก็จะทำมาจากข้าวเจ้าเป็นซะส่วนใหญ่เลยนะครับ โดยไม่ว่าจะเป็น ข้าวตัง นางเยี่ยวเล็ด ข้าวเหนียวมูน และมีขนมที่หลุดออกมาจากรั้ววังอยู่เหมือนกันนะครับ

ขนมไทยภาคกลาง

ซึ่งก็ทำให้ ขนมไทยภาคกลาง นั้นก็มีขั้นตอนการทำที่ยุ่งยากและประณีตกันเป็นอย่างมากเลยนะครับ โดยการทำในแต่ละขั้นตอนนั้นก็จะยุ่งยากเป็นพิเศษสักหน่อย

แต่เมื่อทำออกมาแล้วก็มีสีสันและหน้าตาน่ากินเป็นอย่างมากนั่นเอง ขนมไทยภาคกลาง นั้นก็เกิดขึ้นมานานแล้วนะครับตั้งแต่สมัยประเทศไทยนั้นยังคงเป็นสยามประเทศอยู่นั่นเอง

ซึ่งแต่ก่อนนั้นก็ได้มีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน อินเดีย ซึ่งก็ทำให้มีวัฒนธรรมของอาหารที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้นนะครับและในปัจจุบันนั้นก็มีการพัฒนาขนมไทยพื้นบ้านของภาคกลางนั้น

ให้สามารถประยุกต์ออกมาให้ดูทันสมัยและมีหน้าตาที่น่ากินกันเป็นอย่างมากนั่นเอง โดยขนมไทยพื้นบ้านของภาคกลางนั้นไม่ว่าจะเป็น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ลูกชุบ ขนมหม้อแกง และอื่นๆ

อีกมากมายนะครับก็ล้วนแต่เป็นที่รู้จักกันดีไม่ว่าจะเป็นชาวไทย และชาวต่างชาติ เนื่องจากก็อย่างที่บอกไว้ข้างต้นแล้วนะครับว่าเป็นขนมที่ต้องใช้ระยะเวลาในการทำรวมไปถึงต้องใช้ความประณีตกันเป็นอย่างมากเลยนะครับ

กว่าจะได้มาแต่ละอย่างซึ่งทำให้ขนมไทยภาคกลางได้กลายเป็นที่รู้จักมากกว่าภาคอื่นๆ ของประเทศไทยเลยนะครับ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นงานพิธีอะไรก็ตามแต่ งานแต่ง งานบวช งานทำบุญบ้านและอื่นๆ อีกมากมายนั้น

ขนมพื้นบ้านของภาคกลางก็จะได้รับความนิยมในการเอาไปใช้เป็นอย่างมากนั่นเอง เพราะในแต่ละชนิดนั้นก็มีความหมายที่ดีนั่นเอง ซึ่งขนมพื้นบ้านของภาคกลางนั้นที่จังหวัดเพชรบุรี ก็ถือเป็นแหล่งที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากเลยนะครับ

เพราะที่จังหวัดเพชรบุรีนั้นก็มีขนมไทยออกมาจำหน่ายอย่างมากมายเลยนะครับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขนมหม้อแกง ที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งถ้าใครได้ผ่านหรือแวะไปเที่ยวที่จังหวัดเพชรบุรีนั้น

ก็จะพบกับร้านขนมหม้อแกงที่ขึ้นชื่อและเยอะเป็นจำนวนมากนั่นเอง ดังนั้นจังหวัดเพชรบุรีนิแหละครับถือได้ว่าเป็นแหล่งที่ผลิตขนมไทยพื้นบ้านของภาคกลางไว้เป็นจำนวนมากนั่นเอง

มีทั้งขายปลีกและขายส่งออกนอกประเทศนั่นเอง ดังนั้นขนมไทยพื้นบ้านของภาคกลางนั้นก็ถือได้ว่าเป็นขนมไทยที่ใครหลายๆ คนชี่นชอบเป็นอย่างมากเลยนะครับเนื่องจากมีความอร่อยที่ลงตัว มีความหอมและมีน่าตาน่ากินเป็นอย่างมากนั่นเอง…

ขนมไทยพื้นบ้านภาคอีสาน

ขนมไทยพื้นบ้านภาคอีสาน ขนมพื้นบ้านที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่

ขนมไทยพื้นบ้านภาคอีสาน นั้นก็จะเป็นขนมที่ทำกันง่ายๆ และหากินกันแบบง่ายๆ อีกด้วยนะครับซึ่งก็ไม่ได้มีขั้นตอนอะไรที่พิเศษมากมายเหมือนกับขนมภาคอื่นๆ นะครับ

ขนมไทยพื้นบ้านภาคอีสาน

โดย ขนมไทยพื้นบ้านภาคอีสาน นั้นก็จะมี ข้าวจี่ ที่เป็นขนมที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างมากเลยนะครับ ส่วนขนมส่วนใหญ่ที่จะนิยมนำมาใช้ในงานพิธีต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นงานบุญอะไรก็ตามแต่นั้นก็จะใช้ ขนมไทยพื้นบ้านภาคอีสาน ข้าวประดับดิน กันนะครับซึ่งจะเป็นข้าวที่ห่อใบตอง แล้วมัดด้วยตอกซึ่งก็จะมีลักษณะคล้ายๆ กับข้าวต้มมัดนั่นเอง

ซึ่งขนมพื้นบ้านของภาคอีสานนั้นก็อย่างที่บอกส่วนใหญ่แล้วก็จะไม่มีขั้นตอนอะไรที่ยุ่งยากก็ทำกันแบบง่ายๆ ตามฉบับที่หาได้ง่ายๆ ตามท้องถิ่นนั่นเอง

นอกจากนี้แล้วนั้นขนมไทยพื้นบ้านของภาคอีสานนั้นก็ยังมีอีกมากมายหลายอย่างด้วยกันนะครับไม่ว่าจะเป็น กระยาสารท ข้าวทิพย์ ข้าวยาคู

ซึ่งก็จะเป็นขนมที่คนส่วนใหญ่นั้นก็รู้จักกันดีอยู่แล้วนั่นเอง ขนมพื้นบ้านของจังหวัดเลยก็มักจะเป็นขนมง่ายๆ เช่นข้าวเหนียวนึ่งที่มักจะนำมาจิ้มกับน้ำผึ้ง

ข้าวบ่ายเกลือ ก็จะมีลักษณะเป็นข้าวเหนียวที่จะปั้นเป็นก้อนแล้วนำมาจิ้มกับเกลือให้มีรสชาติที่เค็มกำลังดี ถ้ามีมะขามก็จะเอามาใส่เป็นไส้เรียกมะขามบ่ายข้าว

ส่วนน้ำอ้วยกะทิ นั้นก็จะทำด้วยน้ำอ้อยที่นำมาเคี่ยวกันจนเหนียวที่สุดนะครับ จากนั้นก็นำถั่วลิสงคั่วและมะพร้าวซอยนั้น มาใส่ร่วมกันแล้วก็นำมาจิ้ม

ซึ่งก็จะทำให้มีรสชาติที่อร่อยและลงตัวเป็นอย่างมากที่สุดนั่นเอง ส่วนข้าวพองที่ทำมาจากข้าวตากคั่วใส่มะพร้าวหั่นเป็นชิ้นๆ และถั่วลิสงคั่ว

แล้วนำมากวนกับน้ำอ้อยจนเหนียวเมื่อได้ที่แล้วนั้นก็นำมาเทใส่ถาด ซึ่งในงานบุญต่างๆ นั้นก็จะนิยมทำมาเป็นขนมปาดกัน

ซึ่งก็จะมีลักษณะคล้ายกับขนมเปียกปูนของทางภาคกลางกันนะครับ ลอดช่อง และ ขนมหมอก ที่จะเป็นขนมแป้งข้าวเหนียวโม่

ปั้นเป็นก้อนกลมใส่ไส้กระฉีก ห่อเป็นสามเหลี่ยมที่จะมีลักษณะคล้ายๆ กับขนมเทียนแล้วก็นำไปนึ่งให้สุกนั่นเอง ดังนั้นขนมพื้นบ้านของภาคอีสานนั้นก็จะมีความโดดเด่นที่ไม่เหมือนกับภาคอื่นๆ

เลยนะครับเพราะมีวิธีการทำที่น้อยเป็นอย่างมาก แถมยังเป็นขนมที่มีความเป็นเอกลักษณ์และมีความโดดเด่นที่ลงตัวไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน

แถมวิธีการทำและการหาวัตถุดิบนั้นก็สามารถที่จะหาได้ตามบ้านนั่นเอง ดังนั้นถ้าหากใครจะลองทำขนมพื้นบ้านของภาคอีสานก็สามารถที่จะทำงานได้ง่ายและไม่ยุ่งยากอีกด้วยนั่นเอง…

ขนมไทยภาคใต้

ขนมไทยพื้นบ้านภาคใต้ ที่มีความแตกต่างจากหลายๆภาค และต้องหากินเฉพาะที่

ขนมไทยพื้นบ้านภาคใต้ ที่หลายคนอาจจะต้องลงพื้นที่เพื่อที่จะหาขนมเหล่านั้นกิน และเชื่อได้ว่าจะต้องรสชาติแปลกลิ้นอย่างแน่นอน

ขนมไทยพื้นบ้านภาคใต้

ขนมไทยพื้นบ้านภาคใต้ เป็นขนมที่มีเฉพาะพื้นที่ และการจะได้กินขนมเหล่านี้จะต้องลงสู่สถานที่ เพื่อที่จะได้กินขนมที่มีรสชาติแตกต่างจากขนมแต่ละพื้นที่

สุดยอด ขนมไทยพื้นบ้านภาคใต้ ของประเทศไทยนั้นนอกจากจะมีอาหารที่มีรสชาติที่จัดจ้านและมีความเผ็ดที่อร่อยกันอย่างลงตัวแล้วนะครับ ก็ยังมีขนมไทยพื้นบ้านของทางภาคใต้ที่มีความอร่อยไม่เหมือนใครเลยนะครับ

โดยคนภาคใต้นั้นก็จะมีความเชื่อในช่วงเทศกาลกันเป็นอย่างมากเลยนะครับไม่ว่าจะเป็น วันสารท เดือนสิบ ที่จะเป็นการทำบุญด้วยขนมท้องถิ่นเฉพาะในท้องถิ่นของภาคใต้ออกมากันเป็นจำนวนมากเลยนะครับโดยไม่ว่าจะเป้น

ขนมลา ขนมพอง ข้าวต้มห่อด้วยในกะพ้อ ขนมบ้าหรือขนมลูกสะบ้า ขนมดีซ้ำหรือเมซา ขนมเจาะหูหรือเจาะรู ขนมไข่ปลา ขนมแดง เป็นต้นนั่นเอง ซึ่งขนมดังกล่าวนั้นหลายๆ

คนได้ไปท่องเที่ยวภาคใต้ก็อาจจะไม่ค่อยมีให้ขาย มีให้เห็นกันสักเท่าไรนะครับเลยทำให้ในช่วงเทศกาลนั้นชาวบ้านและตามร้านค้าต่างๆ ก็ได้ทำออกมาให้คนรุ่นหลังได้สืบทอดกันต่อไปนั่นเอง

โดยขนมไทยพื้นบ้านของทางภาคใต้นั้นก็มีอยู่มากมายหลายอย่างด้วยกันเลยนะครับ ซึ่งวันนี้เราก็จะมาแนะนำกันแต่ละอย่างโดยละเอียดเพื่อให้สามารถสืบทอดและได้เป็นที่รู้จักกันนะครับ

ขนมหน้าไข่ นั้น ซึ่งก็จะเป็นขนมที่ทำมาจากแป้งข้าวเจ้านวดกับน้ำตาล แล้วนำไปนึ่ง โดยขนมชนิดนี้นั้นก็จะมีส่วนผสม ของกะทิและไข่ น้ำตาล เกลือ ตะไคร้และหัวหอม ราดบนตัวขนมแล้วนำไปนึ่งอีกครั้ง

โดยขนมชนิดนี้ก็จะมีความอร่อยยิ่งกินกับกาแฟในตอนเช้าๆ นะครับรับรองเลยว่าฟินสุดๆ อย่างแน่นอน ส่วนขนมจู้จุน ซึ่งก็จะเป็นขนมที่ทำมาจากแป้งข้าเจ้านวดกับน้ำเชื่อม แล้วนำไปทอด

ซึ่งก็จะมีลักษณะออกเหนียวๆ หน่อยนะครับและก็จะอมน้ำมันเป็นอย่างมากนั่นเอง ขนมกอแหละ นั้นก็จะเป็นขนมที่ทำมาจากแป้งข้าวเจ้ากวนกับกะทิและเกลือ เทใส่ถาดแล้วนำต้นหอมนั้นมาโรย

แล้วหัดกันเป็นชิ้นๆ โรหน้าด้วยมะพร้าวขูด และกุ้งแห้งป่น และน้ำตาลทรายเมื่อได้กินแล้วก็จะมีความอร่อยและมันเป็นความลงตัวที่ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน ส่วนขนมดาดา

นั้นก็เป็นขนมของชาวไทยมุสลิม ที่ใช้ในโอกาสเดียวกับฆานมซึ่งก็จะประกอบด้วยข้าวเจ้า ข้าวเหนียวผสมน้ำบดให้ละเอียด นำไปละเลงในกระทะที่มีน้ำมันร้อนๆ พับให้เป็นแผ่น กินกับน้ำตาลเหลว ๆ

ก็จะมีรสชาติออกหวานๆ ทำให้มีความอร่อยที่ลงตัวเป็นอย่างมากนั่นเอง ส่วนอีกหนึ่งขนมที่ต้องไม่พลาดในการกินเลยนะครับนั่นก็คือ ขนม กรุบ ซึ่งก็จะนิยมทำกันในจังหวดสุราษฎร์ธานี

เท่านั้นนะครับ ซึ่งก็จะใช้แป้งข้าวเหนียวมานรวดกับน้ำอุ่น นำไปรีดให้แผ่บางบนใบตองแล้วนำไปตากแดดให้แห้งแล้วนำมาทอดแล้วคลุกกับน้ำตาลที่เราเคียวไว้ที่มีลักษณะเป็นยางมะตูม

ทำให้ขนมชนิดนี้ถือได้ว่าหากินได้ยากจริงๆ ในถิ่นภาคใต้เพราะไม่ค่อยมีคนทำกันสักเท่าไรนั่นเอง…

ขนมไทยภาคเหนือ

ขนมไทยภาคเหนือ ที่หลายๆท่านอาจะยังไม่เคยกินและได้ลิ้มรส

ขนมไทยภาคเหนือ ที่หลายท่านอาจจะไม่เคยกินเพราะว่ามันห่างจากการซื้อหาเอามารับประทาน เพราะการจะได้กิรึงต้องไปซื้อเฉพาะที่เท่านั้น

ขนมไทยภาคเหนือ

ขนมไทยภาคเหนือ น่าจะต้องหากินตามแหล่งพื้นที่ เพราะเป็นขนมเฉพาะ ที่จะสามารถหากินได้ตามสถานที่สำคัญของแต่ละท้องที่เท่านั้น

หลายๆ พื้นที่ในประเทศไทยนั้นก็มีขนมในแต่ละภาคที่แตกต่างกันออกไปกันเห็นได้ชัดเลยนะครับ โดยวันนี้นั้นก็จะมาแนะนำ ขนมไทยภาคเหนือ

ซึ่งขนมในภาคเหนือส่วนใหญ่นั้นก็จะทำมาจากข้าวเหนียวกันนะครับ และส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีในการต้มนั่นเอง โดยขนมที่ขึ้นชื่อในภาคเหนือนั้นก็จะมี

ขนมเทียน ขนมวง ข้าวต้มหัวหงอก ซึ่งขนมต่างๆ นั้นก็มักจะทำกันในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่นเทศกาลเข้าพรรษา

รือในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้นก็จะนยิมทำในงานบุญเกือบทุกเทศกลาลนั่นก็คือขนมใส่ไส้หรือขนมจ๊อกที่ชาวเหนือนั้นชอบทำ และมีรสชาติที่อร่อยกันเป็นอย่างมากนั่นเอง

โดยขนมในภาคเหนือนั้นก็จะมีลักษณะที่โดดเด่นไม่เหมือนใครเลยนะครับแถมยังมีรสชาติที่อร่อยและน่าตาน่ากินกันเป็นอย่างมากนั่นเอง

โดยขนมไทยในภาคเหนือนั้นที่หากินได้ง่ายก็จะเป็นขนมปาดซึ่งจะมีลักษณะคล้ายๆ กับขนมศิลาอ่อน ข้าวอีตูหรือข้าวเหนียวแดง

ซึ่งข้าวแตนหรือข้าวแต๋น ขนมเกลือนั้นก็จะมีให้รับประทานในเฉพาะในช่วงบางฤดูเท่านั้นเอง ส่วนในช่วงฤดูหนาวนั้นนะครับซึ่งก็จะเป็น ข้าวหนุกงา

โดยจะเป็นงาคั่วตำกับข้าวเหนียวแล้วถ้าได้ใส่น้ำตาลอ้อยลงไปนิดหน่อยนะครับ ก็จะทำให้มีความอร่อยเป็นอย่างมากนั่นเอง

โดยในจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นก็มีขนมไทยในภาคเหนือที่มีรสชาติที่อร่อย และมีหน้าตาน่ากินกันเป็นอย่างมากมายและมีให้เลือกกินกันมาก

ซึ่งขนมพื้นบ้านนั้นก็ได้แก่ขนมอาละหว่าซึ่งก็จะมีลักษณะคล้ายๆ กับขนมหม้อแกง แต่ขนมอาละหว่านั้นก็จะมีการหมักแป้งให้ฟูก่อน

ส่วนขนมส่วยทะมินทำจากข้าวเหนียวนึ่ง น้ำตาลอ้อยและกะทินั้น ถ้าในช่วงไหนที่มีน้ำตาลอ้อยมากนั้นก็จะทำให้ได้กินขนมอีกหนึ่งขนิดนะครับนั่นก็คือ

งาโบ๋ ซึ่งก็ทำมาจากน้ำตาลอ้อยแล้วนำมาเคี่ยวให้เหนียวคล้ายกับตังแม แล้วก็นำมาคลุกกับงา ซึ่งถ้าให้เทียบก็จะมีลักษณะคล้ายๆ กับถั่วตัดนั่นเอง

โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้นถั่ว งา ก็เป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเป็นอย่างมากเลยนะครับเลยทำให้ได้กินขนมต่างๆ ได้อย่างมากมาย

และมีความอร่อยเป็นอย่างมากนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นขนมไทยในภาคเหนือนั้นก็มีให้เลือกกินกันเยอะเป็นอย่างมากเลยนะครับ

ซึ่งในแต่ละจังหวัดและในแต่ละพื้นที่นั้นก็จะมีนิยมการกินที่แตกต่างกันออกไปดังนั้นขึ้นชื่อว่าขนมไทยไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนก็มีความอร่อยและน่ากินเป็นอย่างมากที่สุดนั่นเอง…

ขนมไทย

กล้วยปิ้งมะพร้าวอ่อน ขนมไทยสไตล์ประยุกต์ ที่ใครได้ชิมต้องชื่นชอบ

กล้วยปิ้งมะพร้าวอ่อน ถือเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่คนทุกเพศทุกวัยนิยมรับประทานกันเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งไม่ว่าจะนำมารับประทานแบบเปล่าๆ หรือนำมาทำอาหารนั่นก็มีความอร่อยทั้งนั้น

กล้วยปิ้งมะพร้าวอ่อน

กล้วยปิ้งมะพร้าอ่อน จะใช้กล้วยในแต่ละชนิดนั้นก็มีรสชาติที่แตกต่างกันออกไปนะครับ โดยกลัวยที่นิยมนำมาใช้ทำอาหารนั้นก็คงจะเป็นกล้วยน้ำหว้านะครับ

เพราะหาซื้อได้ง่ายแถมยังมีรสชาติที่หวานและอร่อยกำลังดีเหมาะทำ กล้วยปิ้งมะพร้าวอ่อน อย่างไรก็ตามนั้นการที่จะทำให้กล้วยนั้นเป็นขนมที่อร่อย

ก็จะต้องนำกล้วที่มีคุณภาพ มาใช้กันนะครับเพราะนอกจากจะได้ขนมที่ดีแล้วนั้นก็ยังส่งผลให้ขนมจานนั้นอร่อยเป็นอย่างมากนั่นเอง

และอีกหนึ่งเมนูที่นิยมนำกล้วยมาทำกันมากนั้นก็คงจะหนีไม่พ้น กล้วยปิ้งกันนะครับ ซึ่งในวันนี้มันก็จะไม่เป็นกล้วยปิ้งแบบธรรมดาๆ ทั่วไปที่เราพบเห็นกันนะครับ

ซึ่งกล้วยปิ้งที่เราจะนำมาเสนอในวันนี้นั้นก็จะเป็นกล้วยที่เอาไปปิ้งกับมะพร้าวอ่อน ที่จะมีความหอมของกล้วยและเนื้อมะพร้าว แถมยังราดด้วยซอสมะพร้าว ทำให้หอมกรุ่นลงไป

ที่จะทำให้ได้รสสัมผัสที่เนียนนุ่มและละมุนลิ้นกันสุดๆ ไปเลยนะครับ โดยเอาเป็นว่าวันนี้เรามีวิธีการทำและขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบกันมาฝากกันนะครับเอาเป็นว่าเรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับทุกคน

ส่วนผสมสำหรับการทำกล้วยที่เองไปปิ้งมะพร้าวอ่อนนั้น ก็จะมีดังต่อไปนี้นะครับ

1. กล้วยน้ำว้า 1 หวี, 2. หัวกะทิคั้นสดๆ ไม่ใส่น้ำเลย 3/4 ถ้วยตวง ,3. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง,4.เกลือป่นหยาบ 1/4 ถ้วยตวง ,5.มะพร้าวอ่อนหั่นเป็นเส้นลวกในน้ำเดือน 1/2ถ้วยตวง

โดยเมื่อเราเตรียมส่วนผสมทั้งหมดแล้วนั้นก็จะมีขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้ โดยเริ่มจากการผสมหัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่นให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง

จากนั้นก็นำส่วนผสมต่างๆ ทั้งหมดมาตั้งไฟกลาง พอส่วนผสมเข้ากันได้ดีแล้วนั้นก็เติมมะพร้าวอ่อนลงไปแล้วปิดไฟทันที

จากนั้นก็นำกล้วยน้ำว้าที่เราได้เตรียมมาไว้ปลอกเปลือกแล้วเอาไปปิ้งด้วยไฟอ่อนๆ ให้สุกเหลืองหอม จากนั้นก็ทับให้แบนเล็กน้อยสักหน่อยนะครับ

แล้วก็นำน้ำราดที่เราทำไว้มาราด แล้วพร้อมเสิร์ฟ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เห็นมั้ยละครับว่าเมนูอาหารไทยนั้นถ้าเราเอามาประยุกต์สักหน่อยก็จะทำให้ขนมไทยนั้นน่ากินเป็นอย่างมากนั่นเอง

เอาเป็นว่าถ้าเราปรับสูตรเล็กน้อยก็ไม่แน่นะครับก็อาจจะนำมาประกอบเป็นธุรกิจเล็กๆ มาวางจำหน่ายก็เป็นไปได้เช่นกันนะครับ เอาเป็นว่าเห็นแบบนี้แล้วก็รีบไปเตรียมของและวัตถุดิบลงมือทำกันเลยนะครับ…

ขนมไทย

ขนมไทย โบราณของไทยที่น่าจดจำ และน่าหามารับประทาน

ขนมไทย นั้นในปัจจุบันก็แทบที่จะไม่ได้เห็นกันแล้วนะครับ โดยลักษณะเด่นของขนมไทยในบ้านเรานั้นก็จะมีทั้งความหอม และความหวาน สีสันน่าตาน่ารับประทานกันเป็นอย่างมากเลยนะครับ

ขนมไทย

ขนมไทย ในปัจจุบันที่มีขายตามท้องตลาดอยู่นั้นก็อยากที่จะหาได้ว่าเป็นขนมสูตรโบราณไทยแท้ๆ เลยนะครับเพราะนับวันคนที่จะมาสืบทอดการทำขนมหวานนั้นก็น้อยลงเข้าไปทุกทีนั่นเอง

ดังนั้นในปัจจุบันก็เริ่มมีการ รณรงค์ให้ตามโรงเรียนนั้นได้สอนให้เด็กไทยได้รู้จักคุณค่าของ ขนมไทย กันแล้วนะครับ

แถมยังให้ลงมือทำกันอีกด้วย เพื่อเป็นการสืบทอดการทำขนมไทยไม่ให้สาบสูญจากประเทศไทยไปนั่นเอง

ซึ่งในวันนี้นั้นเราก็จะมาแนะนำขนมไทยที่น่าจดจำกันเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งขนมไทยที่จะนำมาเสนอในวันนี้นั้นก็ล้วนแต่มีทั้งความอร่อยและความหมายดีๆ

กันเต็มไปหมดเลยนะครับเอาเป็นว่าเรามาเริ่มที่ขนมโพรงแสมกันก่อนเลยนะครับซึ่งขนมโพรงแสมนั้นก็เป็นขนมที่ใช้ในพิธีแต่งงาน

ซึ่งจะมีความหมายนั่นก็คือ ใช้แทนเสาบ้านเสาเรือน เพื่อให้คู่บ่าวสาวนั้นอยู่กันแบบยั่งยืนร่ำรวยเงินทอง ซึ่งก็จะมีลักษณะคล้ายๆ กับทองม้วนที่พบเห็นได้ในปัจจุบันนั่นเอง

ส่วนขนมพระพายนั้น ซึ่งก็จะป็นขนมที่ทำมาจากข้าวเหนียวที่จะหุมด้วยไส้ถั่ว ซึ่งคนส่วนใหญ่นั้นก็จะนำมาใช้ในพิธีงานแต่งเหมือนกันนะครับ

ซึ่งในปัจจุบันก็แทบจะไม่มีให้เห็นกันแล้วนั่นเอง ขนมสัมปันนี ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งขนมที่นิยมนำมาใช้ในพิธีแต่งงานกันนะครับ ซึ่งเป็นขนมตระกูลทอง

มีรูปร่างหลากหลายรูปแบบซึ่งก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์คนทำขนมในตอนนั้นด้วยนั่นเอง ขนมหันตอง ซึ่งในขนมหันตองนั้นก็จะเป็นขนมที่มีสองส่วนด้วยกันนะครับ

โดยส่วนแรกนั้นก็จะเป็นส่วนของไส้ขนมที่ทำมาจามะพร้าวและน้ำตาลปี๊บที่จะนำมาปั้นเป็นก้อนๆ และส่วนของหัวกะทิ โดยเวลากินนั้นก็จะต้องกินควบคู่กันไป

รับรองเลยนะครับว่าขนมชนิดนี้ก็มีความอร่อยอย่างแน่นอนนั่นเอง ขนมไรเร ขนมชนิดนี้นั้นก็มีสีสันหน้าตาที่น่ากินเป็นอย่างมากเลยนะครับซึ่งยังมีกลิ่นที่หอมเป็นอย่างมากเลยนะครับ

โดยคนทำนั้นก็จะต้องประณีต แถมรสชาติของขนมชนิดนี้นั้นก็ไม่ต้องพูดถึงกันนะครับเพราะมันอร่อยมากจริงๆ ขนมหม้อตาล โดยขนมชนิดนี้นั้นก็ใช้ในพิธีงานแต่งเช่นกันนะครับ

ซึ่งขั้นตอนการทำนั้นก็มีความพิถีพิถันกันเป็นอย่างมากเลยนะครับเลยทำให้ในปัจจุบันนั้นก็หาคนมาทำแทนได้ยากจริงๆ

ซึ่งขนมหม้อตาลนั้นในอนาคตก็อาจจะไม่ได้เห็นกันแล้วนะครับเพราะคนที่ทำเป็นก็อาจจะโบกมือลาโลกกันไปก่อนนั่นเอง

 …